ข่าวและบทความ

เราต้องการสังคมที่ดูแลกัน : ปริญญา เทวานฤมิตรกุล

ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล กล่าวเปิดเวทีเสวนาเชิงปฏิบัติการ รัฐสวัสดิการสู่สังคมไทยเสมอหน้า วันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 ณ ห้องประกอบ หุตะสิงห์ ชั้น 3 อาคารอเนกประสงค์ 1 ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีเนื้อหาดังต่อไปนี้   สวัสดีพี่น้อง ประชาชน ผู้จัดงาน เครือข่ายรัฐสวัสดิการ และสื่อมวลชนจากผลิตภัณฑ์มวลรวมที่เพิ่มขึ้น แต่ความเหลื่อมล้ำมากขึ้น ตัวเลขอันดับของความเหลื่อมล้ำยังมีมากอยู่ ตั้งแต่สถานการณ์การยึดอำนาจ ที่นำไปสู่การมีการเลือกตั้ง คือ เรื่องความเหลื่อมล้ำยังคงอยู่ ดังนั้นในการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง ประชาธิปไตย พึ่งตนเองไม่ได้ แก้ไขปัญหาไม่สำเร็จ   สถานการณ์ความเหลื่อมล้ำของประเทศไทยจากสิบกว่ามาเป็นอันดับสาม และปีที่แล้วอันหนึ่งไทย รองลงมาเป็นประเทศรัสเซีย ตรุษกี อินเดีย ตามลำดับ ซึ่งประเทศเรา (ไทย) ไม่จนขนาดนั้น แล้วทำไมถึงเกิดความเหลื่อมล้ำ จากการเก็บข้อมูลสัมประสิทธิ์(ค่าจีนี่) มีตั้งแต่ 0 – 100 ซึ่งถ้าค่าจีนี่ถึง 100 แสดงว่ามีความเหลื่อมล้ำทรัพยากรอยู่คนเดียว  แต่ถ้าค่าจีนี่เป็น […]

สรุปปาฐกถา “รัฐสวัสดิการสู่สังคมไทยเสมอหน้า” : ศ.ผาสุก พงษ์ไพจิตร

สรุปประเด็นปาฐกถา “รัฐสวัสดิการสู่สังคมไทยเสมอหน้า” : ศ.ผาสุก พงษ์ไพจิตร  ณ เวทีเสวนาเชิงปฏิบัติการ รัฐสวัสดิการสู่สังคมไทยเสมอหน้า วันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 ณ ห้องประกอบ หุตะสิงห์ ชั้น 3 อาคารอเนกประสงค์ 1 ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ การเลือกตั้งยังไม่จบสิ้นและมีความซับซ้อนและมีการเปลี่ยนแปลง การเลือกตั้งมิใช่โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เราจำเป็นต้องมีความหวังว่าการเลือกตั้งจะใช้ในการผลักดันรัฐสวัสดิการได้  ประเด็นการปาฐกถา มี 4 เรื่อง ดังนี้ ข้อที่ 1 : ภาพรวมของความเหลื่อมล้ำ – เส้นแสดงค่าจีนี่ เป็นดัชนีบอกความเหลือ่มล้ำ ถ้า 0 ได้เท่ากัน(เสมอภาค) ได้ 1 ความเหลื่อมล้ำสูง – เส้นหนาแสดงชี้รายได้ครัวเรือน – เมื่อก่อนค่าจีนี่ 4 กว่า ในปี 2535 – ประเทศไทยมีการเจริญเติบโตสูงมากของประเทศไทยเปิดเสรีภาคการเงิน หลังจากนั้นฟองสบู่แตก 2543 […]

เครือข่าย WE FAIR ขอเชิญร่วมเวทีเสวนา รัฐสวัสดิการสู่สังคมไทยเสมอหน้า 10 ก.พ. นี้ ที่ม.ธ. ท่าพระจันทร์

รัฐสวัสดิการเป็นเรื่องเพ้อฝัน ? ประเทศไทยยังไม่พร้อม ?  เป็นไปไม่ได้ งบประมาณไม่พอ ?  รัฐสวัสดิการจะทำให้คนขี้เกียจ จริงหรือ ? คำถามเหล่านี้ มีคำตอบ !!! เครือข่าย WE FAIR ขอเชิญร่วมเวทีเสวนา #รัฐสวัสดิการสู่สังคมไทยเสมอหน้า วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 ณ ห้องประกอบ หุตะสิงห์ ชั้น 3 อาคารอเนกประสงค์ 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กดเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่https://www.facebook.com/events/746887412337365/ 09.00 น. ลงทะเบียน 09.15 น. กล่าวเปิดเวที ผศ.ดร. ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 09.30 น. #การปาฐกถารัฐสวัสดิการสู่สังคมไทยเสมอหน้า ศาสตราจารย์ ผาสุก พงษ์ไพจิตร คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 10.00 น. #การเสวนาเชิงปฏิบัติการ #รัฐสวัสดิการสู่สังคมไทยเสมอหน้า คุณกรรณิการ์ กิจติเวชกุล กลุ่ม เอฟทีเอวอทช์ […]

เปิดชุดข้อเสนอนโยบายรัฐสวัสดิการถ้วนหน้าจากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน โดย เครือข่าย WE FAIR

  ชุดข้อเสนอนโยบายรัฐสวัสดิการถ้วนหน้าจากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน เครือข่าย WE FAIR l WELFARE เครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม โครงการเสริมศักยภาพเครือข่ายเพื่อการขับเคลื่อนนโยบายสวัสดิการสังคมและสุขภาวะ ประชากรกลุ่มเฉพาะ(คคสส.)   หลักการ : เครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม (เครือข่าย WE FAIR) ได้จัดทำชุดข้อเสนอ “รัฐสวัสดิการถ้วนหน้า จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน” เป็นชุดข้อเสนอเชิงนโยบายในการลดความเหลื่อมลํ้า การเข้าถึงสวัสดิการทางสังคมและสุขภาวะ ดำเนินไปบนฐานคิดคุณค่าร่วมเรื่องรัฐสวัสดิการ จากความเชื่อโดยพื้นฐานว่า การเข้าถึงสวัสดิการทางสังคมและสุขภาวะเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน อันจะทำให้ความเหลื่อมล้ำต่ำสูงในสังคมลดลง ทั้งนัยความสัมพันธ์ทางอำนาจและเศรษฐกิจ โดยนำเอารูปแบบและวิธีการที่มีการดูแลประชาชนควบคู่กับมาตรการทางภาษี เพื่อนำงบประมาณมาจัดสรรและกระจายประโยชน์ไปยังประชาชนอย่างทั่วถึง จากฐานคิดการจัดสวัสดิการสังคมแบบถ้วนหน้า (Universal Approach) ทุกคนบนผืนแผ่นดินไทยต้องเข้าถึงรัฐสวัสดิการ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำต่ำสูงในสังคม ไม่ว่าจะมีเชื้อชาติ เพศสภาพ ฐานะ ความพิการ ดังที่ อ.ป๋วย อึ้งภากรณ์ เคยกล่าวถึงในปฏิทินแห่งความหวัง “จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน” เครือข่าย We Fair จึงตระหนักถึงการเข้าถึงหลักประกันรายได้ในทุกช่วงวัย ไม่ต่ำกว่าเส้นความยากจน และเป็นหมุดหมายในการจัดทำรัฐสวัสดิการด้านการศึกษา สุขภาพ ที่อยู่อาศัยและที่ดินเพื่อการเกษตร งาน รายได้ และประกันสังคม ระบบบำนาญ […]

ผศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี : พระราชบัญญัติประชารัฐ-สวัสดิการคือการถอยหลังสู่อภิมหาสังคมสงเคราะห์และลดค่าความเป็นพลเมืองของมนุษย์

  พระราชบัญญัติประชารัฐ-สวัสดิการคือการถอยหลังสู่อภิมหาสังคมสงเคราะห์และลดค่าความเป็นพลเมืองของมนุษย์ อ่านเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.การจัดประชารัฐสวัสดิการฯ ฉบับเต็มที่ https://goo.gl/agkrYo วันที่ 13 กันยายน 2561 ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติมีมติรับหลักการร่างพ.ร.บ.การจัดประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากของสังคม ร่างกฎหมายนี้นอกจากชื่อที่ผิดฝาผิดตัวกับเนื้อหาแล้วยังเป็นการยืนยันการเดินถอยหลังเข้าคลองของการพัฒนาสวัสดิการและความมั่นคงของมนุษย์โดยเป็นการยืนยันหลักการสงเคราะห์อนาถาให้เป็นระบบมากขึ้น และทำให้สวัสดิการกลายเป็นเรื่องของคนรวยให้คนจน ตามคติแบบเวทนานิยมที่กลายเป็นเสาหลักของการแก้ความเหลื่อมล้ำในไทยในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ในบทความนี้จะพิจารณาสองประเด็นใหญ่คือ 1.ปัญหาเชิงหลักการว่าด้วยสวัสดิการในสังคมไทยที่สะท้อนออกมาเป็น พ.ร.บ.-อภิมหาสังคมสงเคราะห์อนาถาฉบับนี้ และ 2.ภาพสะท้อนเชิงประจักษ์รายมาตราสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ 1.ปัญหาเชิงหลักการว่าด้วยสวัสดิการในสังคมไทย ภาพสะท้อนของ ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้คือการยืนยันให้เห็นถึงความ เข้าใจของชนชั้นนำไทยไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลทหาร เทคโนแครตด้านสังคมสงเคราะห์ หรือกลุ่มทุนขนาดใหญ่ที่ต้องการโยนเพียงเศษเนื้อในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม ความเหลื่อมล้ำของสังคมไทยไม่ได้ตั้งอยู่บนสุญญากาศ ประเทศไทยรายได้เฉลี่ยครัวเรือน อยู่ที่ 26,000 บาท ต่อครัวเรือน สำหรับค่าเฉลี่ยที่มีสมาชิกต่อครัวเรือนประมาณ 3 คน โดยที่ค่าใช้จ่ายที่เพียงพอต่อการใช้ชีวิต 1คนอยู่ที่ประมาณ 8,000 บาท /เดือน และจากการจำแนกรายได้ครัวเรือนของสำนักงานสถิติแห่งชาติ อาจมีครัวเรือนร้อยละ 65 หรือกว่า 13 ล้านครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำกว่าความเพียงพอต่อการดำรงชีพพื้นฐาน ยังไม่นับรวมชนชั้นกลางที่ปากกัดตีนถีบอีกจำนวนมากของสังคม ที่ต้องใช้ชีวิตกับการลงทุนในสิ่งที่ตัวเองควรจะได้ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา การรักษาพยาบาล รวมถึงหลักประกันยามเกษียณ ความเหลื่อมล้ำในประเทศไทยจึงไม่ใช่เพียงแค่ความน่าสงสารหรือการเสียโอกาสในชีวิตแต่กีดขวางความเจริญและสร้างสรรค์ทางเศรษฐกิจด้วยเช่นกัน ความเหลื่อมล้ำที่มากมายนี้เกิดขึ้นจากการผูกขาดทางเศรษฐกิจของชนชั้นนำ การปล้นชิงมูลค่าส่วนเกินในสังคม ลักษณะเช่นนี้สร้างความเหลื่อมล้ำมหาศาล กล่าวโดยสรุป ความยากจนไม่ได้เกิดจากการที่คนส่วนใหญ่ไม่ขยัน […]

เปิดเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.การจัดประชารัฐสวัสดิการฯ หลังสนช. ลงมติรับหลักการ

เปิดเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.การจัดประชารัฐสวัสดิการฯ หลังสนช. ลงมติรับหลักการ หลังจากที่ เว็บข่าวรัฐสภา และสำนักข่าวไทย เผยแพร่รายงานว่า ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การจัดประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม พ.ศ. …. ไว้พิจารณา ด้วยคะแนนเห็นด้วย 187 เสียง ไม่เห็นด้วยไม่มี งดออกเสียง 4  เสียง พร้อมกำหนดระยะเวลาแปรญัตติ 7 วัน ระยะเวลาการดำเนินงาน 30 วัน เมื่อวันที่ 13 ก.ย. 2561 ที่ผ่านมา   โอกาสนี้ ทีมงานเพจ We Fair ขอนำเนื้อหาร่างพรบ.ฉบับนี้มาให้ศึกษากัน         ที่มาร่างพรบ. http://library.senate.go.th/document/mSubject/Ext83/83592_0001.PDF

เดชรัต สุขกำเนิด : งบประมาณด้านสวัสดิการของข้าราชการไทย

เดชรัต สุขกำเนิด : งบประมาณด้านสวัสดิการของข้าราชการไทย เนื่องจากนายกรัฐมนตรีดูจะเป็นห่วงและหงุดหงิดกับเรื่องภาระงบประมาณด้านสวัสดิการสังคมของประชาชน แต่ท่านไม่ค่อยพูดภาระงบประมาณด้านสวัสดิการของข้าราชการบ้างเลย ผมเลยสนใจสืบค้นงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 มาดูว่าภาระด้านงบประมาณของประเทศ ด้านสวัสดิการของฝั่งประชาชนและฝั่งข้าราชการ เป็นอย่างไรกันบ้าง ผมขอเริ่มต้นจากฝั่งประชาชนก่อนแล้วกัน หนึ่ง กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำหรับการดูแลรักษาสุขภาพของประชาชนประมาณ “49 ล้านคน” ใช้งบประมาณ 134,269 ล้านบาท สอง กองทุนประกันสังคม คิดเฉพาะส่วนที่รัฐบาลสมทบเข้ากองทุนทั้งในส่วนของสุขภาพและชราภาพ มีผู้ได้รับประโยชน์ ซึ่งก็คือผู้ประกันตน “14.5 ล้านคน” ใช้งบประมาณ 47,011 ล้านบาท สาม เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ สำหรับผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี มีผู้ได้รับเบี้ยยังชีพประมาณ “9 ล้านคน” ใช้งบประมาณ 72,469 ล้านบาท รวมฝั่งประชาชน “53.5 ล้านคน”(รวมจากผู้ใช้กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและกองทุนประกันสังคม) ใช้งบประมาณรวมกัน 249,359 ล้านบาท มาถึงฝั่งข้าราชการบ้าง หนึ่ง งบประมาณค่ารักพยาบาลข้าราชการ (จากกรมบัญชีกลาง) มีผู้ได้รับประโยชน์คือข้าราชการและครอบครัวประมาณ “6 ล้านคน” ใช้งบประมาณ […]

10 เรื่องเล่าความเหลื่อมล้ำ เพื่ออธิบายว่าทำไมเราต้องมีรัฐสวัสดิการ

10 เรื่องเล่าความเหลื่อมล้ำ เพื่ออธิบายว่า ทำไมเราต้องมีรัฐสวัสดิการ 1. ความเหลื่อมล้ำของไทยอยู่อันดับ 3 ของโลก รองจากรัสเซียและอินเดีย (ตัวเล็ก)ขยับจากอันดับที่ 11 ในปี 2558 2. 5 ปีที่ผ่านมา คน 1 % เป็นเจ้าของความมั่งคั่งมากกว่าคนไทยทั้งประเทศ 3. มหาเศรษฐีพันล้านในไทยเพิ่มจาก 5 คน ในปี2551 เป็น 28คน ในปี 2558 4. คนไทย 10% หรือ 7 ล้านคนยังมีชีวิตอยู่ใต้เส้นความยากจน 5. คนไทยมากกว่า 3 ใน 4 ไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดินใดๆ เลย ในขณะที่โฉนดที่ดิน 61% ของประเทศไทยอยู่ในมือประชากร 10% 6. คนไทยรวยที่สุด 10% มีรายได้มากกว่าคนที่จน ที่สุด 10% ถึง 35 เท่า 7. […]

มีลูก 1 คน จนไป 10 ปี !!!

ลูก 1 คน จนไป 10 ปี คุ้นๆ ว่าผ่านตา ในพาดหัวข่าวของ http://www.bangkokbiznews.com ไปเมื่อราวๆเดือนมิถุนายน 61 ตอนแรกก็ไม่เชื่อว่ามันจริงตามนั้น แต่พอไปดูตัวเลขจากการประมาณการต่างๆ แล้วก็พบว่าก็น่าจะเป็นไปได้ เพราะประเทศที่เรากำลัง(เช่าเขา)อยู่นี้ มันต้องมีค่าใช้จ่ายหมดทุกอย่าง ในทุกๆขั้นตอนของชีวิต ลองไปดูกันว่า การที่เราจะมีลูกสักคนนึง กว่าจะเลี้ยงดูประคบประหงมจนเขาเติบโตเรียนจบและมีงานทำหาเลี้ยงตัวเองได้ ตัวเลขน่าจะอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ ? 1. ค่าใช้จ่ายในการฝากท้องและคลอดลูก แม้ว่าในปัจจุบันคุณแม่ทุกคนสามารถเข้าถึงบริการฝากครรภ์อย่างเท่าเทียมฟรี ครอบคลุมทุกสิทธิไม่ว่าจะเป็นโครงการ 30 บาท (บัตรทอง) ประกันสังคม และข้าราชการ สามารถฝากครรภ์ที่สถานพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข (โรงพยาบาลรัฐ) โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 14 ส.ค. 2556 เป็นต้นมา แต่ในทางปฏิบัติอาจมีค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นจากการเดินทางไปโรงพยาบาล ค่าใช้จ่ายจากการซื้ออาหารบำรุงครรภ์ ค่าผ่าคลอดในบางกรณี ค่าอัตราซาวด์ ค่ายาบำรุง และ ฯลฯ ดังนั้นแม้จะฝากครรภ์และทำคลอดฟรี แต่ก็ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ต้องจ่ายตั้งแต่รู้ว่าท้อง จนคลอดลูกออกมา โดยเฉลี่ยที่โรงพยาบาลรัฐประมาณ  20,000-30,000 บาท และโรงพยาบาลเอกชนอยู่ที่ 45,000-150,000 บาท […]

การส่งผ่านความเหลื่อมล้ำ – เดชรัต สุขกำเนิด

ผมได้เรียนรู้แนวคิดใหม่ทางเศรษฐศาสตร์ที่น่าสนใจมาก ในการเข้าใจถึงความเหลื่มล้ำของผู้คนในสังคมต่างๆ ต่อจากมุมมองศ. โจเซฟสติกลิตซ์ที่โพสต์ไปเมื่อวานนี้ นั่นคือ แนวคิดเรื่อง Inter-generational Elasticity of Income หรือความยืดหยุ่นของรายได้ของคนสองรุ่น ศ.Francois Bourguignon จาก Paris School of Economics เล่าให้เราให้ฟังว่า ความยืดหยุ่นของรายได้ของคนสองรุ่นก็คือ ตัวชี้วัดที่บอกว่ารายได้ของคนร่นลูกนั้นถูกกำหนดมาจากรายได้ของคนรุ่นพ่อแม่มากน้อยเพียงใด คำว่าความยืดหยุ่นก็หมายความว่า ถ้าพ่อ (และแม่) คนหนึ่งมีรายได้เพิ่มขึ้น 1% (เมื่อเทียบกับพ่อคนอื่นๆ) ลูกของเขาจะมีรายได้มากกว่าลูกของคนอื่นๆ กี่เปอร์เซนต์ ในอีก 20-30 ปีต่อมา ในสังคมอุดมคติ ความยืดหยุ่นของรายได้ของคนสองรุ่นควรมีค่าเท่ากับ 0 หมายความว่า รายได้ของคนรุ่นพ่อจะไม่มีผลใดๆ ถึงรายได้คนรุ่นลูก แปลว่า รายได้ของคนรุ่นลูกจะถูกกำหนดจากความสามารถของคนรุ่นลูกแต่ละคน ไม่ใช่กำหนดจากความได้เปรียบทางเศรษฐกิจของคนรุ่นพ่อ ในทางตรงกันข้าม สังคมที่มีความได้เปรียบ/เสียเปรียบของคนรุ่นพ่อมีผลต่อรายได้ของคนรุ่นลูก สังคมนั้นจะมีค่าความยืดหยุ่นใกล้กับ 1 แปลว่า รายได้ของคนรุ่นพ่อเป็นตัวกำหนดรายได้ของคนรุ่นลูกอย่างมาก สังคมนั้นก็จะเข้าข่าย “สังคมที่เหลื่อมล่ำถาวร” เพราะความฝัน/ความสามารถของคนรุ่นลูกกลับถูกกำหนดจากฐานะทางเศรษฐกิจของคนรุ่นพ่อ มิใช่ถูกกำหนดจากความสามารถของเขาเอง ศ. Bourguignon เล่าถึงค่าความยืดหยุ่นของรายได่ระหว่างคนสองรุ่นในประเทศต่างๆ ปรากฏว่า […]

1 2
Show Buttons
Hide Buttons