เดชรัต สุขกำเนิด : เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแบบถ้วนหน้า: ความสำเร็จที่ผ่านมาและความท้าทายในอนาคต

เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแบบถ้วนหน้า: ความสำเร็จที่ผ่านมาและความท้าทายในอนาคต เดชรัต สุขกำเนิด ในอดีต การได้รับสวัสดิการเบี้ยยังชีพสำหรับผู้สูงอายุเป็นไปในลักษณะของการสงเคราะห์ให้กับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยหรือยากจน ในช่วงเวลานั้น (พ.ศ. 2551)มีจำนวนผู้สูงอายุที่ได้รับเบี้ยยังชีพประมาณ 1,783,776 คน แต่เมื่อรัฐบาลประกาศสนับสนุนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุสำหรับผู้สูงอายุทุกคน ก็มีผลให้จำนวนผู้สูงอายุที่ได้รับเบี้ยยังชีพเพิ่มขึ้นเป็น 5,458,843 คนในปี พ.ศ. 2552 และเพิ่มเป็น 6,521,749 คนในปี พ.ศ. 2554 แม้ว่า เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจะให้แก่ผู้สูงอายุทุกคน แต่มีผู้สูงอายุจำนวนหนึ่งไม่ได้รับเบี้ยยังชีพดังกล่าว โดยมีสาเหตุเพราะ (ก) ไม่ประสงค์จะขอรับเอง (ข) กำลังอยู่ในระหว่างขึ้นทะเบียน และ (ค) ไม่ทราบข้อมูลจึงไม่ได้ขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ในปี พ.ศ. 2554 จำนวนผู้สูงอายุที่ได้รับเบี้ยยังชีพคิดเป็นร้อยละ 80.07 ของผู้สูงอายุทั้งหมด โดยในชนบท สัดส่วนผู้สูงอายุที่ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เท่ากับ 86.65 และในเขตเมืองเท่ากับ 71.14 ของผู้สูงอายุในเขตชนบท และเมืองตามลำดับ และหากพิจารณาจากกลุ่มครัวเรือนยากจน (ตามเส้นความยากจนของสศช.) พบว่า ร้อยละ 89.20 ของกลุ่มครัวเรือนยากจน (ที่มีผู้สูงอายุ) ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ […]

wefair

May 25, 2020

ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี : มายาคติและการโจมตีแนวคิดรัฐสวัสดิการ ตอนที่ 1

มายาคติและการโจมตีแนวคิดรัฐสวัสดิการ 7 ความเข้าใจผิดที่นักเศรษฐศาสตร์เสรีนิยมใหม่ใช้โจมตีรัฐสวัสดิการถ้วนหน้า และสนับสนุนแนวคิดสังคมสงเคราะห์หรือระบบเครดิตคนจน (ตอนที่ 1) ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ​การนำเสนอรัฐสวัสดิการถ้วนหน้าในสังคมไทย มีความเข้มข้นมากขึ้นในช่วงห้าปีที่ผ่านมา แนวคิดนี้ไม่ใช่แนวคิดใหม่ในสังคมไทย มีการนำเสนอแนวคิดนี้มาอย่างยาวนาน และแทบทุกครั้งจะมีกลุ่มอนุรักษ์นิยมทั้งทางเศรษฐกิจและการเมืองขัดขวางคัดค้านอยู่ตลอดเวลา ซึ่งทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสอย่างยิ่งในการพัฒนารัฐสวัสดิการถ้วนหน้า และหมดเวลาไปกับระบบสังคมสงเคราะห์ที่แบ่งผู้คนเป็นชนชั้น แนวคิดของกลุ่มอนุรักษ์นิยมดังกล่าว สะท้อนถึงการมองว่าประชาชนไม่พึงได้รับสวัสดิการในฐานะสิทธิ แต่ต้องพิสูจน์ความจนภายใต้ระบบบุญคุณ และความน่าสงสารผ่านระบบอุปถัมภ์ ในวันนี้แม้เทคโนโลยีจะก้าวหน้า และประเทศมีความมั่งคั่งขึ้นมาก การตีความเดือดร้อนอันมหาศาลของประชาชนยังคงมีอยู่อย่างมากมาย หากวิธีคิดของเหล่าชนชั้นนำไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง ข้าราชการ นักวิชาการที่ยังคัดค้านรัฐสวัสดิการถ้วนหน้าก็ยังคงเสียงดัง จึงขอสรุปประเด็นปฏิกิริยาของการสร้างรัฐสวัสดิการถ้วนหน้า 7 ประการ ดังนี้ 1. ไม่มีทรัพยากรพอสำหรับทุกคน ​ทรัพยากรและความมั่งคั่งทั้งหมดในประเทศนี้ มาจากการทำงานของคนส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้แรงงาน เกษตรกร โปรแกรมเมอร์ นักออกแบบ ฯลฯ ล้วนสร้างความมั่งคั่งแก่สังคม แต่ระบบกรรมสิทธิ์ทำให้กลุ่มนายทุนสามารถครอบครองทรัพย์สินและทรัพยากรมากล้น จนใช้ไปได้หลายชาติก็ไม่หมด พวกเขาไม่ได้รวยจากการฉลาด ขยัน เก่ง แต่รวยด้วยการส่งต่อและครอบงำทางสังคมจากรุ่นสู่รุ่น ประเทศไทยมีงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 จำนวน 3.2 ล้านล้านบาท งบประมาณในการใช้ทำรัฐสวัสดิการเพียง 1.3 ล้านล้านบาท ซึ่งปัจจุบันใช้อยู่เพียง […]

wefair

May 23, 2020

ความรุนแรง ความเหลื่อมล้ำ และรัฐสวัสดิการถ้วนหน้า หลังรัฐประหาร พ.ศ.2557 (ตอนที่ 1)

ความรุนแรง ความเหลื่อมล้ำ และรัฐสวัสดิการถ้วนหน้า หลังรัฐประหาร พ.ศ.2557 วันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2563 ในวาระครบรอบ 6 ปีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ใช้ข้ออ้างเรื่องเหตุจลาจลในการรัฐประหารซึ่งต่อมาในวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ.2557 จึงได้มีพระราชโองการประกาศแต่งตั้งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติความว่า “เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยแก่ประเทศชาติและความสมานฉันท์ของประชาชน จึงมี พระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ บริหารราชการแผ่นดิน ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป” บทความชิ้นนี้จึงตั้งใจนำทุกท่านย้อนเวลาสำรวจความถดถอยและความก้าวหน้าของรัฐสวัสดิการหลังรัฐประหาร พ.ศ.2557 โดยเล่าผ่านความรุนแรงและเหลื่อมล้ำในมิติต่างๆตามแนวคิด “ความเหลื่อมล้ำแนวราบ ต้นกำเนิดของความรุนแรง” ของฟรานเซส สจ๊วต เพื่อชวนให้ผู้สนใจแนวคิดรัฐสวัสดิการได้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างเสรีภาพทางการเมืองกับการยกระดับสวัสดิการสังคม ตอนที่ 1 : “ความขัดแย้งและความรุนแรง” ในนามของ“ความสงบเรียบร้อยและความสมานฉันท์” “ความสงบเรียบร้อยของประเทศชาติ”            ชื่อภาษาอังกฤษของคณะรักษาความสงบแห่งชาตินั้นคือ National Council for Peace and Order (NCPO) ดังนั้นความสงบเรียบร้อยของคสช.จึงเป็นความพยายามผูกโยงให้ “ความสงบ/สันติภาพ”(Peace) ไปกันได้กับ “ความเรียบร้อย”(Orderly) […]

wefair

May 22, 2020

การเรียนออนไลน์เป็นโอกาสหรืออุปสรรคต่อการเข้าถึงการศึกษายุคCOVID-19

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2563 รัฐบาลได้เปิดช่องทางการเรียนออนไลน์ที่บ้านหรือ Learn from Home โดยเชื่อว่าจะเป็นการลดเงื่อนไขที่นำไปสู่การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ทั้งนี้เมื่อเปิดการเรียนการสอนจริงกลับพบว่ามีผู้ปกครองต่างร่วมสะท้อนความเห็นในลักษณะที่สะท้อนถึงความไม่มีประสิทธิภาพในการเรียนการสอนและอุปสรรคต่างๆในการเข้าถึงการศึกษา บทความชิ้นนี้ตั้งใจนำเสนอแง่มุมต่างๆของการจัดการศึกษาทางออนไลน์ ที่แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ของรัฐสวัสดิการถ้วนหน้าและเงื่อนไขในการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาทางออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเล่าผ่านความล้มเหลวของจินตภาพการศึกษาทางไกลภายใต้ร่มเงาสถาบันกวดวิชา และเงื่อนไขทางการเรียนรู้ของประชากรที่แตกต่างกันภายใต้หลักสูตรแกนกลางที่ไม่คำนึงถึงความหลากหลาย   มายาคติเรื่องการเรียนทางไกลจากสถาบันกวดวิชา ในยุคก่อนCOVID-19 หากกล่าวถึงการเรียนการสอนออนไลน์หรือการศึกษาทางไกลที่มีประสิทธิภาพ จินตนาการของผู้ปกครองและนักศึกษาจำนวนมากจะนึกถึงสถาบันกวดวิชาชื่อดังที่ฝากผลงานทำให้นักศึกษาทั่วประเทศไทยสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำได้เป็นจำนวนมหาศาล และแทบไม่มีนักศึกษาในมหาวิทยาลัยชั้นนำคนใดที่ไม่เคยผ่านการกวดวิชามาก่อน ทว่าในขณะเดียวกันก็ไม่มีเคยมีการยืนยันว่าหากกวดวิชาแล้วจะสามารถสอบผ่านเกณฑ์การศึกษาขั้นพื้นฐานได้ สิ่งที่ปรากฏจริงคือมีทั้งคนที่สามารถทำโจทย์ตามครูผู้สอน และคนที่หลับเพราะตามเนื้อหาไม่ทัน รวมถึงคนที่ไม่ได้อยากเรียนแต่ถูกพ่อแม่บังคับ ดังนั้นมายาคติเกี่ยวกับการเรียนทางไกลที่เชื่อว่าจะทำให้ได้เรียนกับครูที่มีคุณภาพสูงในมาตรฐานเดียวกันนั้นย่อมมีเงื่อนไขที่เรียกร้องให้ผู้เรียนมีพื้นฐานความรู้ในระดับเดียวกันด้วย ในขณะที่ความจริงย่อมไม่เป็นเช่นนั้น เพราะพื้นฐานความรู้ย่อมสัมพันธ์กับความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาของแต่ละคน   การก่นด่าการเรียนออนไลน์ ทำให้ปัญหาที่แท้จริงหายไป เราต้องไม่ลืมว่าต่อให้มี COVID-19 จะมีหรือไม่ และต่อให้โรงเรียนเปิดตามปกติแล้วก็ตาม ระบบการเรียนออนไลน์ยังคงเป็นสิ่งที่จำเป็น การด่วนสรุปว่าการเรียนรู้ทางออนไลน์เป็นปีศาจร้ายของการศึกษาก็อาจเป็นข้อสรุปที่หลงยุคและไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ในเมื่อการเรียนในห้องเรียนทั่วไปมักมีการสั่งให้ทำรายงานจากการสืบค้นทางอินเตอร์เน็ตเป็นประจำอยู่แล้ว ยังคงมีเยาวชนที่พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษผ่านการฟังเพลงในYoutube รวมถึงการเรียนรู้ข่าวสารและประเด็นทางสังคมทางออนไลน์ในยุคที่รัฐบาลปิดกั้นข้อมูลข่าวสารในโทรทัศน์และแบบเรียนการเรียนรู้ทางออนไลน์ย่อมเป็นประโยชน์ต่อเยาวชน แต่ปีศาจตัวจริงของเรื่องนี้คืออะไรขอชวนทุกท่านพิจารณาต่อไป ว่าเหตุใดนักเรียนจึงไม่สามารถเข้าถึงการเรียนการสอนได้เนื่องจากข้อจำกัดด้านการเข้าถึงเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสารที่มีประสิทธิภาพ เช่น ไม่มีโทรทัศน์ดิจิทัล, ไม่เงินซื้อSmart phone, ไม่มีอินเตอร์เน็ต, นักเรียนตาบอดไม่สามารถเข้าถึงโปรแกรม Screen Reader หรือSmart phone ที่มี Voice over, […]

wefair

May 20, 2020

เค้าโครงการเศรษฐกิจและร่างพรบ.ว่าด้วยการประกันความสุขสมบูรณ์ของราษฎร (Assurance Social) ของหลวงประดิษฐ์มนูธรรม

เค้าโครงการเศรษฐกิจ หลวงประดิษฐ์มนูธรรม (ปรีดี พนมยงค์) เค้าโครงการเศรษฐกิจ คำชี้แจง ข้อที่ควรระลึกในการอ่านคำชี้แจงนี้ การแบ่งการเศรษฐกิจออกเป็นสหกรณ์ ​การคิดที่จะบำรุงความสุขสมบูรณ์ของราษฎร์นี้ ข้าพเจ้าได้เพ่งเล็งถึงสภาพอันแท้จริง ตลอดจนนิสสัยใจคอของราษฎรส่วนมากว่า การที่จะส่งเสริมให้ราษฎรได้มีความสุขสมบูรณ์นั้น ก็มีอยู่ทางเดียว ซึ่งรัฐบาลจะต้องเป็นผู้จัดการเศรษฐกิจเสียเอง โดยแบ่งการเศรษฐกิจนั้นออกเป็นสหกรณ์ต่าง ๆ ​ความคิดที่ข้าพเจ้าได้มีอยู่เช่นนี้ ไม่ใช่เป็นด้วยข้าพเจ้าได้มีอุปาทานผูกมั่นอยู่ในลัทธิใดๆ ข้าพเจ้าได้หยิบเอาส่วนที่ดีของลัทธิต่าง ๆ ที่เห็นว่าเหมาะสมแก่ประเทศสยามแล้ว จึงได้ปรับปรุงยกขึ้นเป็นเค้าโครงการ เหตุแห่งความลำเอียง ​แต่มีข้อควรระลึกว่า การจัดบำรุงความสุขสมบูรณ์ของราษฎรในทางเศรษฐกิจนั้น ย่อมมีลัทธิอยู่มากมายหลายอย่าง แต่ผู้ที่นิยมนับถือในลัทธิต่าง ๆ ยังมิอาจที่จะทำความตกลงกันได้ ทั้งนี้ศาสตราจารย์เดสชองป์ส์แห่งมหาวิทยาลัยกรุงปารีสได้กล่าวไว้ว่ามี อยู่ ๓ ประการ ไม่รู้โดยไม่ตั้งใจ ​๑. เพราะบุคคลทุกคนยังไม่รู้ลัทธิต่าง ๆ การไม่รู้นี้เป็นโดยไม่ตั้งใจ เช่นผู้ที่ไม่ได้ศึกษาหรืออ่านตำราที่แท้จริงของลัทธิต่าง ๆ บุคคลผู้นั้นก็มิอาจที่จะทำความตกลงอย่างไรได้ ไม่รู้โดยตั้งใจ ​๒. เพราะตั้งใจจะไม่รู้ เช่น บุคคลที่ได้ยินได้ฟังคำโพนทนาตลาดว่า ลัทธิหนึ่งนิยมให้ฆ่าฟันกัน ริบทรัพย์ของผู้มั่งมีเอามาแบ่งให้แก่คนจนเท่า ๆ กัน เอาผู้หญิงเป็นของกลางแล้วก็หลงเชื่อตามคำตลาดและมีอุปาทานยึดมั่นในคำชั่ว ร้ายและไม่ค้นคว้าและสืบต่อไปให้ทราบความว่า ลัทธินั้นได้ยุยงให้คนฆ่าฟันกันจริงหรือ ริบทรัพย์เอามาแบ่งให้เท่า ๆ […]

wefair

May 11, 2020

Mayday 2020 ฉลองวันกรรมกรสากลแบบไม่ได้เดินขบวน

Mayday 2020 ฉลองวันกรรมกรสากล แบบไม่ได้เดินขบวน วันที่ 1 พฤษภาคม ของทุกปี วันกรรมกรสากล หรือเมย์เดย์ (May Day) เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์การต่อสู้เพื่อสิทธิแรงงานในเหตุการณ์จลาจลเฮย์มาร์เก็ต (Haymarket Riot) ในชิคาโก สหรัฐอเมริกาเมื่อปี 1886 จุดเริ่มต้นแห่งการเรียกร้องสิทธิแรงงานและสวัสดิการของคนใช้แรงงานทั่วโลก เพื่อเรียกร้องให้กำหนดชั่วโมงทำงาน วันละ 8 ชั่วโมง จนเป็นที่มาของระบบ สามแปด คือทำงาน 8 ชม. ศึกษาหาความรู้ 8 ชม. และพักผ่อน 8 ชม. เครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม (เครือข่าย We fair) มีความกังวลถึงสถานการณ์ของผู้ใช้แรงงาน ในช่วงวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัส COVID-19 ผนวกรวมกับวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจในช่วงก่อนหน้า จึงเป็นสถานการณ์วิกฤติซ้อนวิกฤติ ซึ่งแรงงานนอกระบบ แรงงานฟรีแลนซ์อิสระ แรงงานภาคเกษตร รวมทั้งแรงงานในระบบอุตสาหกรรม ล้วนเป็นกลุ่มคนเปราะบางที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เผชิญความเสียงจากการหยุดงาน ถูกเลิกจ้าง สูญเสียช่องทางหารายได้จากมาตรการภาครัฐ เครือข่าย We Fair มีข้อเสนอในการแก้ไขปัญหาผู้ใช้แรงงานและวิกฤติการณ์ […]

wefair

May 1, 2020

เครือข่ายสลัม 4 ภาค แถลงคนไม่มีกินกำลังจะอดตาย-แก้วิกฤติโควิดด้วยสวัสดิการถ้วนหน้า

แถลงการณ์เครือข่ายสลัม 4 ภาค “คนไม่มีกินกำลังจะอดตาย” แก้วิกฤติโควิดด้วยสวัสดิการถ้วนหน้า วันที่ 17 เมษายน 2563 มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย จากวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ผนวกรวมกับวิกฤตการณ์ความเหลื่อมล้ำทางสังคมในช่วงก่อนหน้า คนไทยอยู่ใต้เส้นความยากจน (2,710 บ.) 6.7 ล้านคน เพิ่มขึ้น 1.4 ล้านคน หนี้สินครัวเรือน 13.23 ล้านล้านบาท คิดเป็น 79.1% ของจีดีพี เมื่อเกิดวิกฤตการณ์โควิด 19 จึงเป็นสถานการณ์วิกฤติซ้อนวิกฤติอันเผยให้เห็นถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำอย่างชัดเจน ในขณะที่คนระดับบนสามารถกักตัวรักษาระยะทางสังคมได้อย่างไม่เป็นทุกข์ร้อน แต่คนชั้นล่างซึ่งเป็นคนหาเช้ากินค่ำ แรงงานนอกระบบ 21.21 ล้านคน พนักงานบริการในร้านค้าและตลาด 7.75 ล้านคน แรงงานภาคเกษตร 10.58 ล้านคน แรงงานในระบบประกันสังคม 16.45 ล้านคน ล้วนได้รับผลกระทบเป็นกลุ่มคนกลุ่มแรกที่สูญเสียช่องทางหารายได้ ขาดรายได้จากการหยุดงาน การถูกเลิกจ้าง จากข้อมูลการสำรวจ “คนจนเมืองในภาวะวิกฤตโควิด-19” คนจนในเขตเมืองมีรายได้ลดลงโดยเฉลี่ย 70.84% โดยในจำนวนนี้มีรายได้ลดลงเกือบทั้งหมด 60.24% มีรายได้ลดลงราวครึ่งหนึ่ง 31.21% […]

wefair

April 28, 2020

สมาคมคนพิการยื่นคลัง-เสนอเยียวยาถ้วนหน้า ไม่เลือกปฏิบัติคนพิการ

สมาคมคนพิการยื่นคลัง-เสนอเยียวยาถ้วนหน้า ไม่เลือกปฏิบัติคนพิการ (24 เมษายน 2563) สมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย สมาคมคนพิการระดับชาติ 6 องค์การ ได้แก่ สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม (ไทย) สมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย และสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย ร่วมกับภาคีเครือข่ายคนพิการ ขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการ 4 ประการ ดังนี้ 1. ขอให้รัฐบาลปรับปรุงมาตรการดูแลและเยียวยาฯ ระยะที่ 2 โดยเฉพาะมาตรการชดเชยรายได้รายละ 5,000 บาท ที่ควรปรับเปลี่ยนวิธีการที่มุ่งเน้นการคัดครองคนที่ไม่ควรได้รับความช่วยเหลืออออก เป็นการใช้วิธีการที่จะทำให้ประชาชนทุกคนทุกกลุ่มได้เข้าถึงมาตรการช่วยเหลือให้ได้มากที่สุด พร้อมมีแนวทางในการจัดการกับกลุ่มคนที่ไม่ควรได้รับมาตรการช่วยเหลือดังกล่าวคู่กันไป รวมถึงต้องสร้างหลักประกันให้คนพิการสามารถเข้าถึงมาตรการดังกล่าวได้โดยสะดวกเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป ไม่ถูกเลือกปฏิบัติ และยึดหลักการการผนวกรวมคนพิการในการช่วยเหลือเยียวยากระแสหลัก (Disability Inclusive) และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง (Leave no one behind) โดยการจ่ายเงินชดเชยรายได้ให้แก่คนพิการทุกคนรายละ 5,000 บาทต่อเนื่อง 3 เดือน (คนพิการ 2 ล้านคน งบประมาณ 30,000 ล้านบาท) 2. ขอให้รัฐบาลสร้างหลักว่ามาตรการดูแลและเยียวยาฯ […]

wefair

April 27, 2020

สนท. เสนอเยียวยาถ้วนหน้า 3000 บาท ยกเว้นข้าราชการ-รัฐวิสาหกิจ

แถลงการณ์สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย “รัฐบาลต้องช่วยเหลือประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียม ทั่วถึง และรวดเร็ว” เนื่องด้วยรัฐบาลได้มีมาตรการแจกเงินช่วยเหลือให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโรคระบาดโควิด 19 เป็นจำนวนคนละ 5,000 บาทในโครงการเราไม่ทิ้งกัน โดยเป็นการแจกเงินให้แก่ผู้ท่ลงทะเบียนและผ่านการคัดกรองว่ามีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่รัฐบาลกำหนด ทว่า การดำเนินมาตรการดังกล่าวกลับเต็มไปด้วยข้อผิดพลาดจนเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาประชาชน อาทิ มีผู้เดือดร้อนจำนวนมากไม่เข้าเกณฑ์ได้รับเงินเยียวยา และกระทั่งผู้ที่เข้าเกณฑ์ได้รับเงินเยียวยาแล้วก็ยังได้รับเงินล่าช้า นอกจากนี้ ยังมีประชาชนอีกหลายกลุ่มอาชีพถูกกีดกันมิให้ได้รับมาตรการช่วยเหลือดังกล่าว เช่น นักเรียนนักศึกษา เกษตรกร แรงงานนอกระบบ และผู้ประกอบการ เป็นต้น ข้อผิดพลาดดังกล่าวไม่เพียงเป็นการซ้ำเติมความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน แต่ยังสะท้อนว่ารัฐบาลไม่มีประสิทธิภาพในการตั้งเกณฑ์ การคัดกรอง และการแจกจ่ายเงินให้แก่ผู้เข้าเกณฑ์อีกด้วย สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทยเห็นว่าข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นเป็นผลจากการเลือกแจกเงินช่วยเหลือให้เฉพาะผู้เข้าเกณฑ์ ทั้งที่ในความเป็นจริง ประชาชนทุกคนต่างได้รับผลกระทบจากวิกฤติการณ์ครั้งนี้ทั้งสิ้น จึงควรมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลอย่างเสมอภาค สหภาพจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเปลี่ยนแนวทางจากมาตรการแจกเงิน 5,000 บาทให้เฉพาะผู้เข้าเกณฑ์ เป็นการแจกเงินช่วยเหลือให้ประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปทุกคนอย่างน้อยคนละ 3,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือน ยกเว้นข้าราชการและพนักงานของรัฐที่มีกลไกดูแลอยู่แล้ว เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มได้รับความช่วยเหลืออย่างเป็นธรรม ทั่วถึง และรวดเร็ว สหภาพหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลจะให้ความสำคัญสูงสุดกับกับการบรรเทาและเยียวยาความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน ทั้งนี้ เพื่อให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤติการณ์นี้ไปด้วยกัน สหภาพนักเรียน นิสิต […]

wefair

April 27, 2020

119องค์กรเสนอประยุทธ์ เพิ่มเงินอุดหนุนเด็กเล็ก2000บาทถ้วนหน้าฝ่าCOVID-19

พุธที่ 22 เมษายน 2563 คณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายสวัสดิการเงินอุดหนุนเด็กเล็กแบบถ้วนหน้า 119 องค์กรได้ร่วมกันจัด “งานแถลงข่าวจดหมายเปิดผนึกถึง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ข้อเสนอ ปกป้องดูแลเด็กเล็กในสถานการณ์วิกฤติโควิด​-19 ด้วยนโยบายเงินอุดหนุนเด็กเล็กถ้วนหน้า” ณ มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมฯ คลองเตย คณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายสวัสดิการเงินอุดหนุนเด็กเล็กแบบถ้วนหน้า 119 องค์กรได้เสนอพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาให้เพิ่มเงินอุดหนุนเด็กเล็กช่วงอายุแรกเกิดถึง 6 ขวบจากเดิม 600 บาทให้เพิ่มเป็น 2000 บาท  นอกจากนี้คณะทำงานฯ119องค์กรได้เสนอให้จ่ายเงินอุดหนุนแบบถ้วนหน้าไม่มีกระบวนการพิสูจน์ความยากจน  จากเดิมที่จำกัดการให้เงินอุดหนุนเฉพาะเด็กที่อยู่ในครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำกว่า 100,000บาท/ปี พบว่ามีอัตราการตกหล่นของกลุ่มเป้าหมาย 30% เด็กเล็กในครอบครัวที่ยากจนกว่า 30%ที่ยังคงไม่ได้รับเงินอุดหนุนดังกล่าว ซึ่งขัดกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตรการ 54 วรรคสอง“รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษา…เพื่อพัฒนาร่างกาย จิตใจ  อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัย”  ดังนั้นระบบสวัสดิการถ้วนหน้านอกจากจะแก้ปัญหาช่องว่างเรื่องเด็กตกหล่นแล้ว ยังสามารถทำให้สวัสดิการไปถึงเด็กได้ทันที  พอเพียง ครอบคลุม ช่วยให้มีฐานข้อมูลเด็กทุกคนในระยะยาว ลดการทำงานคัดกรองของภาครัฐที่เป็นภาระทั้งงบประมาณ กำลังคน  เกิดระบบประสานความร่วมมือทุกภาคส่วน     จดหมายเปิดผนึกถึง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี […]

wefair

April 25, 2020
1 2 3 4
Show Buttons
Hide Buttons