เดชรัต สุขกำเนิด

เปิดเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.การจัดประชารัฐสวัสดิการฯ หลังสนช. ลงมติรับหลักการ

เปิดเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.การจัดประชารัฐสวัสดิการฯ หลังสนช. ลงมติรับหลักการ หลังจากที่ เว็บข่าวรัฐสภา และสำนักข่าวไทย เผยแพร่รายงานว่า ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การจัดประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม พ.ศ. …. ไว้พิจารณา ด้วยคะแนนเห็นด้วย 187 เสียง ไม่เห็นด้วยไม่มี งดออกเสียง 4  เสียง พร้อมกำหนดระยะเวลาแปรญัตติ 7 วัน ระยะเวลาการดำเนินงาน 30 วัน เมื่อวันที่ 13 ก.ย. 2561 ที่ผ่านมา   โอกาสนี้ ทีมงานเพจ We Fair ขอนำเนื้อหาร่างพรบ.ฉบับนี้มาให้ศึกษากัน         ที่มาร่างพรบ. http://library.senate.go.th/document/mSubject/Ext83/83592_0001.PDF

มีลูก 1 คน จนไป 10 ปี !!!

ลูก 1 คน จนไป 10 ปี คุ้นๆ ว่าผ่านตา ในพาดหัวข่าวของ http://www.bangkokbiznews.com ไปเมื่อราวๆเดือนมิถุนายน 61 ตอนแรกก็ไม่เชื่อว่ามันจริงตามนั้น แต่พอไปดูตัวเลขจากการประมาณการต่างๆ แล้วก็พบว่าก็น่าจะเป็นไปได้ เพราะประเทศที่เรากำลัง(เช่าเขา)อยู่นี้ มันต้องมีค่าใช้จ่ายหมดทุกอย่าง ในทุกๆขั้นตอนของชีวิต ลองไปดูกันว่า การที่เราจะมีลูกสักคนนึง กว่าจะเลี้ยงดูประคบประหงมจนเขาเติบโตเรียนจบและมีงานทำหาเลี้ยงตัวเองได้ ตัวเลขน่าจะอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ ? 1. ค่าใช้จ่ายในการฝากท้องและคลอดลูก แม้ว่าในปัจจุบันคุณแม่ทุกคนสามารถเข้าถึงบริการฝากครรภ์อย่างเท่าเทียมฟรี ครอบคลุมทุกสิทธิไม่ว่าจะเป็นโครงการ 30 บาท (บัตรทอง) ประกันสังคม และข้าราชการ สามารถฝากครรภ์ที่สถานพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข (โรงพยาบาลรัฐ) โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 14 ส.ค. 2556 เป็นต้นมา แต่ในทางปฏิบัติอาจมีค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นจากการเดินทางไปโรงพยาบาล ค่าใช้จ่ายจากการซื้ออาหารบำรุงครรภ์ ค่าผ่าคลอดในบางกรณี ค่าอัตราซาวด์ ค่ายาบำรุง และ ฯลฯ ดังนั้นแม้จะฝากครรภ์และทำคลอดฟรี แต่ก็ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ต้องจ่ายตั้งแต่รู้ว่าท้อง จนคลอดลูกออกมา โดยเฉลี่ยที่โรงพยาบาลรัฐประมาณ  20,000-30,000 บาท และโรงพยาบาลเอกชนอยู่ที่ 45,000-150,000 บาท […]

การส่งผ่านความเหลื่อมล้ำ – เดชรัต สุขกำเนิด

ผมได้เรียนรู้แนวคิดใหม่ทางเศรษฐศาสตร์ที่น่าสนใจมาก ในการเข้าใจถึงความเหลื่มล้ำของผู้คนในสังคมต่างๆ ต่อจากมุมมองศ. โจเซฟสติกลิตซ์ที่โพสต์ไปเมื่อวานนี้ นั่นคือ แนวคิดเรื่อง Inter-generational Elasticity of Income หรือความยืดหยุ่นของรายได้ของคนสองรุ่น ศ.Francois Bourguignon จาก Paris School of Economics เล่าให้เราให้ฟังว่า ความยืดหยุ่นของรายได้ของคนสองรุ่นก็คือ ตัวชี้วัดที่บอกว่ารายได้ของคนร่นลูกนั้นถูกกำหนดมาจากรายได้ของคนรุ่นพ่อแม่มากน้อยเพียงใด คำว่าความยืดหยุ่นก็หมายความว่า ถ้าพ่อ (และแม่) คนหนึ่งมีรายได้เพิ่มขึ้น 1% (เมื่อเทียบกับพ่อคนอื่นๆ) ลูกของเขาจะมีรายได้มากกว่าลูกของคนอื่นๆ กี่เปอร์เซนต์ ในอีก 20-30 ปีต่อมา ในสังคมอุดมคติ ความยืดหยุ่นของรายได้ของคนสองรุ่นควรมีค่าเท่ากับ 0 หมายความว่า รายได้ของคนรุ่นพ่อจะไม่มีผลใดๆ ถึงรายได้คนรุ่นลูก แปลว่า รายได้ของคนรุ่นลูกจะถูกกำหนดจากความสามารถของคนรุ่นลูกแต่ละคน ไม่ใช่กำหนดจากความได้เปรียบทางเศรษฐกิจของคนรุ่นพ่อ ในทางตรงกันข้าม สังคมที่มีความได้เปรียบ/เสียเปรียบของคนรุ่นพ่อมีผลต่อรายได้ของคนรุ่นลูก สังคมนั้นจะมีค่าความยืดหยุ่นใกล้กับ 1 แปลว่า รายได้ของคนรุ่นพ่อเป็นตัวกำหนดรายได้ของคนรุ่นลูกอย่างมาก สังคมนั้นก็จะเข้าข่าย “สังคมที่เหลื่อมล่ำถาวร” เพราะความฝัน/ความสามารถของคนรุ่นลูกกลับถูกกำหนดจากฐานะทางเศรษฐกิจของคนรุ่นพ่อ มิใช่ถูกกำหนดจากความสามารถของเขาเอง ศ. Bourguignon เล่าถึงค่าความยืดหยุ่นของรายได่ระหว่างคนสองรุ่นในประเทศต่างๆ ปรากฏว่า […]

เดชรัต สุขกำเนิด – ความเหลื่อมล้ำแบบถาวร

ศ. โจเซฟ สติกลิตซ์ นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล เริ่มการปาฐกถาโดยการปล่อยมุกได้อย่างน่าคิดว่า “การเลือกที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเราคือ การเลือกเกิดมาในพ่อแม่ ที่มีสถานภาพทางเศรษฐกิจสังคมเพียงพอที่จะสนับสนุนให้เราเป็นคนที่มีศักยภาพอย่างที่เราควรมี”

เดชรัต สุขกำเนิด – ประชาชนคือผู้ถือหุ้นของรัฐนี้

ผมวิจารณ์คนอื่นมามาก วันนี้ขอวิจารณ์ตัวเองบ้าง ผมเป็นข้าราชการมา 20 กว่าปี และเมื่อมหาวิทยาลัยออกนอกนอกระบบ ผมก็เปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย พร้อมกับข้าราชการบำนาญไปด้วยในตัว

Show Buttons
Hide Buttons