ภาคประชาชนติดตามการยกระดับสวัสดิการ กระทรวง พม.ชี้แจงนำเรื่องเข้า ครม. ภายในมิถุนา 

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 เวลา 10.00 น. เครือข่ายภาคประชาชน ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-Move) เครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม (We Fair) เครือข่ายสลัม 4 ภาค เครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการ และเครือข่ายอื่นๆอีกมากมาย ร่วมติดตามความคืบหน้าการยกระดับสวัสดิการประชาชน ณ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยเป็นการนำเสนอเรื่องสวัสดิการ 5 มาตรการ เข้าคณะรัฐมนตรี 1) เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจาก 600-1000 บาท เป็นเดือนละ 1000 บาท 2) เบี้ยความพิการจาก 800 บาท เป็นเดือนละ 1000 บาท 3) เงินอุดหนุนเด็กระบบสงเคราะห์เป็นระบบถ้วนหน้า 600 บาท 4) เงินอุดหนุนสตรีมีครรภ์ (เดือนที่ 5-9) เดือนละ 3000 บาท 5) เงินอุดหนุนสวัสดิการประจำเดือนสตรี (ผ้าอนามัย) 

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวทั้ง 5 ข้อ เป็นผลจากมติการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม เมื่อวันที่ 30 เมษายน พ.ศ.2567 โดยมี รมว.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นประธาน แทนรองนายกรัฐมนตรี ภูมิธรรม เวชยชัย ณ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ซึ่งได้มีมติเห็นชอบการขับเคลื่อนนโยบายสวัสดิการโดยรัฐ ด้านสวัสดิการกลุ่มเปราะบาง จำนวน 3 ประเด็น ซึ่งเป็นไปตามมติที่ประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนสวัสดิการโดยรัฐ เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 โดยมี รมว.วราวุธ ศิลปอาชา เป็นประธาน

สำหรับผลการติดตามความคืบหน้า นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ชี้แจงว่า “กระทรวง พม. จะไปทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยภายในเดือนมิถุนายนจะต้องเสนอเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นช่วงสัปดาห์ที่ 2-3 ของเดือน และจะมีการทำงานร่วมกันกับเครือข่ายประภาคประชาชน ทั้งนี้ทางสำนักนายกจะมีการสรุปเป็นหนังสือทางการส่งมาที่กระทรวง พม. ให้ประมวลในแต่ละเรื่อง เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี” 

นายนิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม (We Fair) กล่าวว่า “มติที่ได้มีการติดตามในวันนี้เป็นพัฒนาการสำคัญของระบบสวัสดิการสังคมไทย ในการยกระดับสิทธิสวัสดิการสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดจากระบบสงเคราะห์จะเปลี่ยนเป็นระบบถ้วนหน้า ซึ่งจะมีเด็กได้รับประโยชน์อย่างน้อย 4.3 ล้านคน ต่อมาเบี้ยผู้สูงอายุ 600-1,000 บาท จะปรับเป็น 1,000 บาท จะมีผู้ได้ประโยชน์มากกว่า 11 ล้านคน เบี้ยความพิการจาก 800บาท เป็น 1,000 บาท จะทำให้คนพิการที่มีบัตร 2 ล้านคนได้รับประโยชน์ทันที และเงินอุดหนุนสตรีมีครรภ์จะได้รับประโยชน์กว่า 5 แสนคน สิ่งที่เรามาเรียกร้องวันนี้จะเป็นประโยชน์ต่อคนกว่า 18 ล้านคน ขณะที่งบเดิมรัฐบาลได้จัดสรรเรื่องนี้อยู่แล้วประมาณ 130,000 ล้าน หากว่าทั้ง 4 เรื่องนี้เข้า ครม. งบประมาณจะเพิ่มขึ้นประมาณ 60,000 ล้าน ซึ่งใช้งบน้อยกว่าดิจิตอลวอลเล็ตที่ใช้งบประมาณ 560,000 ล้าน หรืองบ 1 ใน 8 ของดิจิตอลวอลเล็ต”  

“ขณะเดียวกันจะต้องมีการติดตามในส่วนสำนักงบประมาณ เพราะกำลังจะทำงบประมาณปี 68 เริ่มตุลาคมปีนี้ เพื่อที่จะทำให้สิ่งที่เราเรียกร้องนั้นเป็นจริง และต้องติดตามคณะกรรมการแก้ไขปัญหา ซึ่งเราคงร่วมกันขับเคลื่อนผลักดันต่อไป”

Similar Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *