wefair

ผศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี : พระราชบัญญัติประชารัฐ-สวัสดิการคือการถอยหลังสู่อภิมหาสังคมสงเคราะห์และลดค่าความเป็นพลเมืองของมนุษย์

  พระราชบัญญัติประชารัฐ-สวัสดิการคือการถอยหลังสู่อภิมหาสังคมสงเคราะห์และลดค่าความเป็นพลเมืองของมนุษย์ อ่านเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.การจัดประชารัฐสวัสดิการฯ ฉบับเต็มที่ https://goo.gl/agkrYo วันที่ 13 กันยายน 2561 ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติมีมติรับหลักการร่างพ.ร.บ.การจัดประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากของสังคม ร่างกฎหมายนี้นอกจากชื่อที่ผิดฝาผิดตัวกับเนื้อหาแล้วยังเป็นการยืนยันการเดินถอยหลังเข้าคลองของการพัฒนาสวัสดิการและความมั่นคงของมนุษย์โดยเป็นการยืนยันหลักการสงเคราะห์อนาถาให้เป็นระบบมากขึ้น และทำให้สวัสดิการกลายเป็นเรื่องของคนรวยให้คนจน ตามคติแบบเวทนานิยมที่กลายเป็นเสาหลักของการแก้ความเหลื่อมล้ำในไทยในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ในบทความนี้จะพิจารณาสองประเด็นใหญ่คือ 1.ปัญหาเชิงหลักการว่าด้วยสวัสดิการในสังคมไทยที่สะท้อนออกมาเป็น พ.ร.บ.-อภิมหาสังคมสงเคราะห์อนาถาฉบับนี้ และ 2.ภาพสะท้อนเชิงประจักษ์รายมาตราสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ 1.ปัญหาเชิงหลักการว่าด้วยสวัสดิการในสังคมไทย ภาพสะท้อนของ ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้คือการยืนยันให้เห็นถึงความ เข้าใจของชนชั้นนำไทยไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลทหาร เทคโนแครตด้านสังคมสงเคราะห์ หรือกลุ่มทุนขนาดใหญ่ที่ต้องการโยนเพียงเศษเนื้อในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม ความเหลื่อมล้ำของสังคมไทยไม่ได้ตั้งอยู่บนสุญญากาศ ประเทศไทยรายได้เฉลี่ยครัวเรือน อยู่ที่ 26,000 บาท ต่อครัวเรือน สำหรับค่าเฉลี่ยที่มีสมาชิกต่อครัวเรือนประมาณ 3 คน โดยที่ค่าใช้จ่ายที่เพียงพอต่อการใช้ชีวิต 1คนอยู่ที่ประมาณ 8,000 บาท /เดือน และจากการจำแนกรายได้ครัวเรือนของสำนักงานสถิติแห่งชาติ อาจมีครัวเรือนร้อยละ 65 หรือกว่า 13 ล้านครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำกว่าความเพียงพอต่อการดำรงชีพพื้นฐาน ยังไม่นับรวมชนชั้นกลางที่ปากกัดตีนถีบอีกจำนวนมากของสังคม ที่ต้องใช้ชีวิตกับการลงทุนในสิ่งที่ตัวเองควรจะได้ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา การรักษาพยาบาล รวมถึงหลักประกันยามเกษียณ ความเหลื่อมล้ำในประเทศไทยจึงไม่ใช่เพียงแค่ความน่าสงสารหรือการเสียโอกาสในชีวิตแต่กีดขวางความเจริญและสร้างสรรค์ทางเศรษฐกิจด้วยเช่นกัน ความเหลื่อมล้ำที่มากมายนี้เกิดขึ้นจากการผูกขาดทางเศรษฐกิจของชนชั้นนำ การปล้นชิงมูลค่าส่วนเกินในสังคม ลักษณะเช่นนี้สร้างความเหลื่อมล้ำมหาศาล กล่าวโดยสรุป ความยากจนไม่ได้เกิดจากการที่คนส่วนใหญ่ไม่ขยัน […]

เปิดเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.การจัดประชารัฐสวัสดิการฯ หลังสนช. ลงมติรับหลักการ

เปิดเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.การจัดประชารัฐสวัสดิการฯ หลังสนช. ลงมติรับหลักการ หลังจากที่ เว็บข่าวรัฐสภา และสำนักข่าวไทย เผยแพร่รายงานว่า ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การจัดประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม พ.ศ. …. ไว้พิจารณา ด้วยคะแนนเห็นด้วย 187 เสียง ไม่เห็นด้วยไม่มี งดออกเสียง 4  เสียง พร้อมกำหนดระยะเวลาแปรญัตติ 7 วัน ระยะเวลาการดำเนินงาน 30 วัน เมื่อวันที่ 13 ก.ย. 2561 ที่ผ่านมา   โอกาสนี้ ทีมงานเพจ We Fair ขอนำเนื้อหาร่างพรบ.ฉบับนี้มาให้ศึกษากัน         ที่มาร่างพรบ. http://library.senate.go.th/document/mSubject/Ext83/83592_0001.PDF

เดชรัต สุขกำเนิด : งบประมาณด้านสวัสดิการของข้าราชการไทย

เดชรัต สุขกำเนิด : งบประมาณด้านสวัสดิการของข้าราชการไทย เนื่องจากนายกรัฐมนตรีดูจะเป็นห่วงและหงุดหงิดกับเรื่องภาระงบประมาณด้านสวัสดิการสังคมของประชาชน แต่ท่านไม่ค่อยพูดภาระงบประมาณด้านสวัสดิการของข้าราชการบ้างเลย ผมเลยสนใจสืบค้นงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 มาดูว่าภาระด้านงบประมาณของประเทศ ด้านสวัสดิการของฝั่งประชาชนและฝั่งข้าราชการ เป็นอย่างไรกันบ้าง ผมขอเริ่มต้นจากฝั่งประชาชนก่อนแล้วกัน หนึ่ง กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำหรับการดูแลรักษาสุขภาพของประชาชนประมาณ “49 ล้านคน” ใช้งบประมาณ 134,269 ล้านบาท สอง กองทุนประกันสังคม คิดเฉพาะส่วนที่รัฐบาลสมทบเข้ากองทุนทั้งในส่วนของสุขภาพและชราภาพ มีผู้ได้รับประโยชน์ ซึ่งก็คือผู้ประกันตน “14.5 ล้านคน” ใช้งบประมาณ 47,011 ล้านบาท สาม เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ สำหรับผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี มีผู้ได้รับเบี้ยยังชีพประมาณ “9 ล้านคน” ใช้งบประมาณ 72,469 ล้านบาท รวมฝั่งประชาชน “53.5 ล้านคน”(รวมจากผู้ใช้กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและกองทุนประกันสังคม) ใช้งบประมาณรวมกัน 249,359 ล้านบาท มาถึงฝั่งข้าราชการบ้าง หนึ่ง งบประมาณค่ารักพยาบาลข้าราชการ (จากกรมบัญชีกลาง) มีผู้ได้รับประโยชน์คือข้าราชการและครอบครัวประมาณ “6 ล้านคน” ใช้งบประมาณ […]

10 เรื่องเล่าความเหลื่อมล้ำ เพื่ออธิบายว่าทำไมเราต้องมีรัฐสวัสดิการ

10 เรื่องเล่าความเหลื่อมล้ำ เพื่ออธิบายว่า ทำไมเราต้องมีรัฐสวัสดิการ 1. ความเหลื่อมล้ำของไทยอยู่อันดับ 3 ของโลก รองจากรัสเซียและอินเดีย (ตัวเล็ก)ขยับจากอันดับที่ 11 ในปี 2558 2. 5 ปีที่ผ่านมา คน 1 % เป็นเจ้าของความมั่งคั่งมากกว่าคนไทยทั้งประเทศ 3. มหาเศรษฐีพันล้านในไทยเพิ่มจาก 5 คน ในปี2551 เป็น 28คน ในปี 2558 4. คนไทย 10% หรือ 7 ล้านคนยังมีชีวิตอยู่ใต้เส้นความยากจน 5. คนไทยมากกว่า 3 ใน 4 ไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดินใดๆ เลย ในขณะที่โฉนดที่ดิน 61% ของประเทศไทยอยู่ในมือประชากร 10% 6. คนไทยรวยที่สุด 10% มีรายได้มากกว่าคนที่จน ที่สุด 10% ถึง 35 เท่า 7. […]

มีลูก 1 คน จนไป 10 ปี !!!

ลูก 1 คน จนไป 10 ปี คุ้นๆ ว่าผ่านตา ในพาดหัวข่าวของ http://www.bangkokbiznews.com ไปเมื่อราวๆเดือนมิถุนายน 61 ตอนแรกก็ไม่เชื่อว่ามันจริงตามนั้น แต่พอไปดูตัวเลขจากการประมาณการต่างๆ แล้วก็พบว่าก็น่าจะเป็นไปได้ เพราะประเทศที่เรากำลัง(เช่าเขา)อยู่นี้ มันต้องมีค่าใช้จ่ายหมดทุกอย่าง ในทุกๆขั้นตอนของชีวิต ลองไปดูกันว่า การที่เราจะมีลูกสักคนนึง กว่าจะเลี้ยงดูประคบประหงมจนเขาเติบโตเรียนจบและมีงานทำหาเลี้ยงตัวเองได้ ตัวเลขน่าจะอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ ? 1. ค่าใช้จ่ายในการฝากท้องและคลอดลูก แม้ว่าในปัจจุบันคุณแม่ทุกคนสามารถเข้าถึงบริการฝากครรภ์อย่างเท่าเทียมฟรี ครอบคลุมทุกสิทธิไม่ว่าจะเป็นโครงการ 30 บาท (บัตรทอง) ประกันสังคม และข้าราชการ สามารถฝากครรภ์ที่สถานพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข (โรงพยาบาลรัฐ) โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 14 ส.ค. 2556 เป็นต้นมา แต่ในทางปฏิบัติอาจมีค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นจากการเดินทางไปโรงพยาบาล ค่าใช้จ่ายจากการซื้ออาหารบำรุงครรภ์ ค่าผ่าคลอดในบางกรณี ค่าอัตราซาวด์ ค่ายาบำรุง และ ฯลฯ ดังนั้นแม้จะฝากครรภ์และทำคลอดฟรี แต่ก็ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ต้องจ่ายตั้งแต่รู้ว่าท้อง จนคลอดลูกออกมา โดยเฉลี่ยที่โรงพยาบาลรัฐประมาณ  20,000-30,000 บาท และโรงพยาบาลเอกชนอยู่ที่ 45,000-150,000 บาท […]

การส่งผ่านความเหลื่อมล้ำ – เดชรัต สุขกำเนิด

ผมได้เรียนรู้แนวคิดใหม่ทางเศรษฐศาสตร์ที่น่าสนใจมาก ในการเข้าใจถึงความเหลื่มล้ำของผู้คนในสังคมต่างๆ ต่อจากมุมมองศ. โจเซฟสติกลิตซ์ที่โพสต์ไปเมื่อวานนี้ นั่นคือ แนวคิดเรื่อง Inter-generational Elasticity of Income หรือความยืดหยุ่นของรายได้ของคนสองรุ่น ศ.Francois Bourguignon จาก Paris School of Economics เล่าให้เราให้ฟังว่า ความยืดหยุ่นของรายได้ของคนสองรุ่นก็คือ ตัวชี้วัดที่บอกว่ารายได้ของคนร่นลูกนั้นถูกกำหนดมาจากรายได้ของคนรุ่นพ่อแม่มากน้อยเพียงใด คำว่าความยืดหยุ่นก็หมายความว่า ถ้าพ่อ (และแม่) คนหนึ่งมีรายได้เพิ่มขึ้น 1% (เมื่อเทียบกับพ่อคนอื่นๆ) ลูกของเขาจะมีรายได้มากกว่าลูกของคนอื่นๆ กี่เปอร์เซนต์ ในอีก 20-30 ปีต่อมา ในสังคมอุดมคติ ความยืดหยุ่นของรายได้ของคนสองรุ่นควรมีค่าเท่ากับ 0 หมายความว่า รายได้ของคนรุ่นพ่อจะไม่มีผลใดๆ ถึงรายได้คนรุ่นลูก แปลว่า รายได้ของคนรุ่นลูกจะถูกกำหนดจากความสามารถของคนรุ่นลูกแต่ละคน ไม่ใช่กำหนดจากความได้เปรียบทางเศรษฐกิจของคนรุ่นพ่อ ในทางตรงกันข้าม สังคมที่มีความได้เปรียบ/เสียเปรียบของคนรุ่นพ่อมีผลต่อรายได้ของคนรุ่นลูก สังคมนั้นจะมีค่าความยืดหยุ่นใกล้กับ 1 แปลว่า รายได้ของคนรุ่นพ่อเป็นตัวกำหนดรายได้ของคนรุ่นลูกอย่างมาก สังคมนั้นก็จะเข้าข่าย “สังคมที่เหลื่อมล่ำถาวร” เพราะความฝัน/ความสามารถของคนรุ่นลูกกลับถูกกำหนดจากฐานะทางเศรษฐกิจของคนรุ่นพ่อ มิใช่ถูกกำหนดจากความสามารถของเขาเอง ศ. Bourguignon เล่าถึงค่าความยืดหยุ่นของรายได่ระหว่างคนสองรุ่นในประเทศต่างๆ ปรากฏว่า […]

เดนมาร์กก็ไม่ธรรมดา

แม้จะพ่ายแพ้ต่อโครเอเชียในการดวลลูกโทษที่จุดโทษ แต่ก็ต้องถือว่าฟอร์มการเล่น และความมุ่งมั่นของนักเตะทีมชาติเดนมาร์กนั้น ไม่ธรรมดา นอกจากนี้เรื่องที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของทีมฟุตบอลเดนมาร์ก นั่นคือคุณภาพชีวิตของคนเดนมาร์ก “ก็ไม่ธรรมดา” เดนมาร์กเป็นประเทศที่พลเมืองต้องเสียภาษีรายได้บุคคล โดยมีอัตราสูงสุด 55.38% เมื่อปี 2017 โดย Line Today ยังระบุอีกว่า เดนมาร์กเป็นประเทศที่มีอัตราภาษีสูงสุดมากเป็นอันดับ 3 ของโลก ด้วยความที่ประชากรค่อนข้างน้อย รัฐบาลเดนมาร์กจึงสามารถนำเงินภาษีไปดูแลประชาชนได้อย่างทั่วถึง แม้แต่โรงเรียนเอกชนเองก็ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐฯ ทำให้ค่าเทอมถูกมาก ค่ารักษาพยาบาลฟรี การชดเชยการว่างงาน และชาวเดนมาร์กจำนวนมากในประเทศทำงานอยู่ในหน่วยงานราชการ นั่นเท่ากับว่ารัฐฯ เลี้ยงดูอยู่แล้ว ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เดนมาร์คได้รับตำแหน่งประเทศที่ประชาชนมีความสุขมากที่สุดในโลกจากการจัดอับดับขององค์กรต่างๆ ในหลายปีหลัง เมื่อปี 2014 องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development – OECD) ระบุว่าเดนมาร์กได้รับการยกย่องให้อยู่ในอันดับ 2 ของประเทศที่มีระบบสวัสดิการสังคมที่มีความแตกต่างระหว่างคนรวยและคนจนน้อยที่สุดในโลกจากทั้งหมด 34 ประเทศที่มีเศรษฐกิจก้าวหน้า โดยที่กลุ่มคนส่วนใหญ่จะอยู่ในระดับชนชั้นกลาง ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความแตกต่างกันระหว่างคนรวยและคนจนมีช่องว่างน้อยคือ การเก็บภาษีรายได้ที่สูงที่สุดในสหภาพยุโรปและการให้ความช่วยเหลือผู้ว่างงานให้ได้รับการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อสามารถกลับเข้าทำงานใหม่ได้อีกครั้ง ตลอดจนประชากรมีความพึงพอใจและมีประสบการณ์ในทางบวกต่อประเทศของตน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจาก worldatlas ระบุว่าเดนมาร์กเก็บภาษีเงินได้ทั้งในระดับรัฐและระดับท้องถิ่น โดยเฉลี่ย 36.25 %  สำหรับเงินภาษีเหล่านี้สะท้อนถึงการมีส่วนร่วมในการสร้างบริการทางสังคมของเดนมาร์กจากประชาชน หมายความว่าประชาชนพร้อมจะจ่ายภาษีเพื่อที่ตนเองจะได้รับสวัสดิการที่ดี  เดนมาร์กได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก […]

สเปน : ภาษีอัตรก้าวหน้า และ Beckham law

สเปน : ภาษีอัตรก้าวหน้า และ Beckham law We Fair ฟันธง สเปนจะชนะในค่ำคืนนี้ และผ่านเข้ารอบต่อไป   1. เดิมทีภาษีของสเปนนั้นเป็นอัตราก้าวหน้า โดยมีอัตราสูงสุดที่ 43% โอ้โห และคนสเปนต้องยื่นรายได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ไหนในโลกให้สเปน หมายความว่าถ้าเซอร์คิโอ รามอสมีค่าเหนื่อย 100,000 ยูโรต่อสัปดาห์ ต้องจ่ายภาษีถึง 43,000 ยูโร . 2. ต่อมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายใน สเปนออกกฏหมายใหม่ อนุญาตให้คนต่างชาติที่เข้ามาอยู่ในสเปนจ่ายภาษีในอัตราพิเศษได้คือ 24% เพื่อดึงดูดในห้คนต่างชาติเข้าไปลงทุนในสเปน และยังอนุญาติให้แยกรายได้ที่เกิดขึ้นนอกประเทศสเปนออกไปจากรายงานภาษีได้ โดยสิทธิพิเศษนี้มีอายุ 6 ปี . 3. มาตรการดังกล่าวเรียกว่า Beckham law เพราะเดวิดเบ็คแฮมกลายเป็นคนต่างชาติคนแรกที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายนี้ ดังนั้นนักบอลต่างชาติทั้งสเปนก็เป็นหนี้บุญคุณเบคแฮม เจริญรอยตามกันหมด แต่กฏหมายนี้โดนยกเลิกในเดือนธันวาคม 2014 . 4. จึงเป็นที่มาของปัญหาการหลบเลี่ยงภาษี หลังปี 2014 เกิดกรณีที่ทางการสเปนกล่าวหาโรนัลโด และเมสซี่ (ที่ต่างก็เก็บกระเป๋ากลับจากรัสเซียแล้ว) […]

รัฐสวัสดิการชนะ !

รัฐสวัสดิการชนะ ! พลันที่ฝรั่งเศส เฉือนชนะอาร์เจนตินา ไป 4-3 ตามประสาอีลููกช่างโหนของแอดมิน ต้องขุดเรื่องมาเขียนกลางดึก และนี่คือเรื่องที่เราอยากจะเล่าให้ฟังเกี่ยวกับรัฐสวัสดิการของฝรั่งเศส 1. หลายคนอาจจะไม่ทราบว่าฝรั่งเศสก็ถือเป็นอีกหนึ่งประเทศรัฐสวัสดิการหมายถึงรัฐให้ความสำคัญด้านการเงินในการจัดสวัสดิการต่างๆ เช่น การศึกษาฟรี รักษาพยาบาลฟรี หรือให้สวัสดิการแรงงานที่ดี 2. ฝรั่งเศสนั้นมี Congés payés ซึ่งหมายถึงวันหยุดที่ได้เงินถึงปีละห้าสัปดาห์ และคนฝรั่งเศสทำงานแค่สัปดาห์ละ 35 ชั่วโมงตามกฎหมายลดชั่วโมงการทำงาน ในขณะที่ประเทศอื่นยังทำงาน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ 3. ครอบครัวของคนฝรั่งเศศที่มีลูกตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปและเงินเดือนไม่สูงนักรัฐบาลจะให้เงินช่วยเหลือ เงินช่วยเหลือแบบนี้เรียกว่า L’allocation familliale หรือต่อให้เงินเดือนสูงรัฐก็ยังช่วย แต่จะได้รับเงินช่วยเหลือน้อยกว่าครอบครัวที่รายได้น้อย 4.ยิ่งลูกเพิ่มก็ยิ่งได้เงินเพิ่ม ปัญหาคือมีคนบางกลุ่มเลือกที่จะมีลูกเยอะ ๆ เพื่อเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล แต่เขาไม่เลี้ยงดูลูกให้ดี นำเงินมาใช้เอง ติดเหล้าติดการพนันและยาเสพติดบ้าง คือมีปัญหาสังคมเหมือนพี่ไทยเราเลย แต่อาจจะพบเห็นได้น้อยกว่าเพราะว่าความแตกต่างระหว่างคนรวยและคนจนในประเทศฝรั่งเศสนั้นน้อยกว่าเรา 5. สวัสดิการที่ดีแบบนี้ได้มาพร้อมๆกับการเก็บภาษีในอัตราสูง มีช่วงหนึ่งที่ฝรั่งเศสเก็บภาษีคนรวย 75 เปอร์เซ็นต์สำหรับรายได้ในส่วนที่เกิน 1 ล้านยูโรต่อปี เพื่อบรรเทาหนี้สาธารณะ แม้ไอซ์แลนด์ที่เราโหนไปก่อนหน้านี้ จะชิงตกรอบไปก่อน แต่แฟนบอล เอ๊ย […]

มหัศจรรย์ไอซ์แลนด์ (2) Football Houses บ้านฟุตบอลของคนไอซ์แลนด์

มหัศจรรย์ไอซ์แลนด์ (2) Football Houses บ้านฟุตบอลของคนไอซ์แลนด์ “บอลแพ้คนไม่แพ้” แม้โดนไนจีเรียขึ้นนำไป 2-0 แฟนบอลไอซ์แลนด์ยังคงตบมือให้สัญญาณเชียร์ตามแบบฉบับของพวกเขาอย่างพร้อมเพรียง และเมื่อจบเกมส์ด้วยความปราชัย ผู้คนก็ยังคงมอบกำลังใจให้นักเตะ ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชาติของพวกเขา ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ? เพราะการเข้าสู่ฟุตบอลโลก หรือแม้กระทั่งการเล่นฟุตบอล ไม่ใช่เรื่องง่ายในประเทศที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งอย่างไอซ์แลนด์ ประเทศที่มีสภาพอากาศหนาวเย็นแทบตลอดทั้งปี จะเล่นฟุตบอลทีก็ลำบาก แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคในการเล่นฟุตบอลของไอซ์แลนด์ เพราะพวกเขามี “สนามฟุตบอล” ที่เป็น “บ้านฟุตบอล” (Football Houses) ซึ่งใช้งบประมาณในการก่อสร้างที่สูงกว่าสนามฟุตบอลปกติมาก เพราะต้องมีหลังคามิดชิดเพื่อป้องกันอากาศที่หนาวจัดและหิมะที่ตกแทบตลอดปี อันที่จริงไอซ์แลนด์เพิ่งประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจขั้นรุนแรงในช่วงปี 2010-2012 ทำให้การก่อสร้าง “บ้านฟุตบอล” และการสนับสนุนทางด้านการกีฬาต้องหยุดชะงักไปช่วงหนึ่ง แต่ปัจจุบันด้วยระบบเศรษฐกิจแบบรัฐสวัสดิการ ไอซ์แลนด์กลายเป็นประเทศที่ผู้คนมีคุณภาพชีวิตดีเป็นอันดับต้นๆ ของโลก จีดีพีหรือรายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากรเกือบ 6 หมื่นดอลลาร์ยูเอส หรือ คนไอซ์แลนด์มีรายได้เฉลี่ยราว 2 แสนบาทต่อเดือน ในช่วงประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจขั้นรุนแรงเมื่อปี 2010 ทีมฟุตบอลชายของไอซ์แลนด์มีอันดับใน FIFA Ranking อยู่ที่ 112 ดีกว่าทีมชาติไทยแค่ 8 อันดับ (ประเทศไทยในขณะนั้นอยู่ที่อันดับ 120) […]

Show Buttons
Hide Buttons