มายาคติและความเข้าใจผิดเกี่ยวกับรัฐสวัสดิการ

ประเทศรัฐสวัสดิการมีอยู่จริงและสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ แม้แต่ประเทศไทยมีระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่ไปไกลกว่าหลายประเทศในยุโรปเสียอีก การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้เสมอ เริ่มจากการตระหนักในสิทธิที่เราควรจะมีในฐานะมนุษย์ในสังคม ในขณะที่ยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับรัฐสวัสดิการ ที่มักเป็นข้ออ้างที่ถูกใช้โดยรัฐบาลที่ไม่สนใจคุณภาพชีวิตของประชาชน

รัฐสวัสดิการ คือการแจกเงิน 

ก่อนการเลือกตั้งได้มีการหาเสียง หลายพรรคนำเสนอนโยบายสวัสดิการสังคม และคนบางกลุ่มก็เหมาว่า รัฐสวัสดิการคือการ แจกเงิน หากินกับคนจน บ้างก็บอกว่านี่คือการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เป็นการให้ปลามากกว่าเบ็ดตกปลา แต่รัฐสวัสดิการไม่ใช่เรื่องของการแจกเงิน แต่เป็นการ “ให้สิทธิ์ที่ประชาชนทุกคนควรได้อย่างเท่าเทียม” นั่นคือสิทธิ์ที่จะมีพื้นฐานชีวิตที่เท่าเทียม ในการเกิด การป่วย การเข้าถึงการศึกษา การทำงาน เป็นเงินที่รัฐให้ประชาชน ไม่ใช่ความเมตตาของรัฐ การสงเคราะห์จากรัฐ แต่เป็นหน้าที่ของรัฐที่ต้องจัดสรรงบประมาณให้ประชาชนเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีต้นทุนชีวิตในการเข้าถึงสิทธิ์พื้นฐานเท่ากันทุกคน รัฐสวัสดิการจึงเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เวลาดูนโยบายเราต้องดูให้ออกว่านโยบายไหนเป็นการคืนสิทธิ์ที่ทำให้เรามีชีวิตที่มั่นคงขึ้น ไม่ใช่ร่ำรวยแค่แป๊บเดียวแล้วจบ เช่น นโยบายแจกเงินผู้สูงอายุห้าร้อยบาทครั้งเดียวจบ อันนี้ไม่ใช่รัฐสวัสดิการ ดังนั้นการโจมตีว่ารัฐสวัสดิการคือการแจกเงิน เป็นความเข้าใจผิด ข้อเท็จจริงคือรัฐไม่ได้แจกเงิน แต่ทำให้คนไม่ต้องกังวลเวลาป่วย ตกงาน ไม่ต้องจ่ายค่าทำประกันชีวิต

รัฐสวัสดิการทำให้คนขี้เกียจ

หัวใจของรัฐสวัสดิการ คือการทำให้ทุกคนในสังคมมีสิทธิ์เข้าถึงที่ชีวิตที่มั่นคงและปลอดภัยเหมือนกัน การที่คนบางกลุ่มปฏิเสธมันเพราะคุณกลัวว่าคนอื่นจะมีชีวิตที่ดีเหมือนคุณหรือไม่? การที่คนหลายคนกำลังมีความสุขกับชีวิตที่ไม่ต้องแบกรับภาระหนักทางการเงิน ได้ทำสิ่งที่รักอยู่ทุกวันนี้ หรือสิ่งที่เรากำลังมีความสุขนั้น มันมาจากครงสร้างสังคมที่มันเหลื่อมล้ำแต่แรก แม้จะได้ทุนมาเรียน ได้ทำในสิ่งที่รัก แต่การที่เราได้สิ่งเหล่านี้มามันไม่ใช่แค่เรื่องของระดับปัจเจกชน เราคงไม่ได้เข้าเรียนไม่ได้รับโอกาสดีๆถ้าเราต้องลาออกจากโรงเรียนมาช่วยครอบครัวขายขนมหวานทั้งวันทั้งคืน ไม่ต้องพูดถึงความฝันหรือสิ่งที่ตัวเองอยากทำ มันคงไม่มีเวลาให้คิดถึง การโจมตีว่ารัฐสวัสดิการทำให้คนขี้เกียจ งอมืองอเท้า ไม่มีแรงจูงใจออกไปทำงานต่อสู้กับโลกภายนอก เป็นความเข้าใจผิด ข้อเท็จจริงคือ มันจะทำให้คนมีเวลาทำสิ่งที่อยากทำ เกิดแรงงานสร้างสรรค์ ทำให้เศรษฐกิจเติบโต กลุ่มประเทศรัฐสวัสดิการเป็นกลุ่มประเทศที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงมาก และสามารถก้าวพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจได้โดยการที่รัฐลงทุนดูแลประชาชน การมีสวัสดิการจะไม่ทำให้คนขี้เกียจ แต่จะทำให้คนได้ทำสิ่งที่รักมากขึ้น เราลองมองว่าหากเราเป็นพนักงานบริษัทเงินเดือนสองสามหมื่น ไม่มีหนี้ก้อนใหญ่ มีบ้านอยู่ ไม่ต้องให้เงินพ่อแม่เพราะพวกเขาดูแลตัวเองได้หรือให้แล้วก็ยังมีเงินเก็บเดือนละสามสี่พัน โตมาได้เรียนหนังสือจนจบปริญญาตรี โดยไม่ต้องทำงานหารายได้พิเศษเพื่อเลี้ยงชีวิตและปากท้อง ไม่ต้องกู้เงินเรียน คำถามคือเราขี้เกียจหรือไม่? ก็ไม่หนิ เพราะเรายังต้องทำงานหาเลี้ยงชีวิต ดูแลตนเอง คนรัก  ในประเทศรัฐสวัสดิการอย่างเดนมาร์ก คนทำงานเก้าโมงเช้าถึงสี่โมงเย็น ไม่ใช่เพราะพวกเขาขี้เกียจ แต่เพราะพวกเขาไม่ต้องกังวลกับการหาเงิน และมีเวลาทำอย่างอื่นเพื่อสนองความสุขของตัวเอง

ดังนั้น รัฐสวัสดิการไม่ได้ทำให้คนขี้เกียจ และคนจนไม่เคยขี้เกียจ แต่เพราะเราอยู่ในสังคมที่ไม่มีโครงสร้างพื้นฐานทางสังคม ที่จะให้ทุกคนในสังคมที่ทำให้มีชีวิตที่มั่นคงเป็นอิสระจากความเปราะบางด้านต่างๆ รัฐสวัสดิการมันจึงไม่ใช่เรื่องของการทำให้คนขี้เกียจ แต่เป็นการคืนสิทธิ์ให้คนทุกคน สำหรับการรองรับความผิดพลาดในชีวิต เปลี่ยนงาน การลองทำสิ่งที่รัก มีลูกลาคลอดได้โดยไม่ต้องกังวล

ต่างชาติจะไม่มาลงทุนเพราะภาษีสูง

ความเข้าใจผิดอีกข้อหนึ่งคือต่างชาติจะไม่มาลงทุนเพราะภาษีสูง แต่ความจริงแล้วประเทศรัฐสวัสดิการเป็นประเทศที่ดึงดูดกลุ่มทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนอย่างมาก เพราะการลงทุนไม่ได้ขึ้นกับต้นทุนทางบัญชีอย่างเดียว เวลาต่างชาติมาลงทุน เขาคำนึงถึงโครงสร้างพื้นฐาน คำนึงถึงทรัพยากรมนุษย์ คำนึงถึงบรรยากาศในการลงทุน บรรยากาศในการบริโภค ดังนั้นการลงทุนกับประชาชนก็เป็นปัจจัยอย่างหนึ่ง เหมือนกับเราสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูง เหมือนที่ทุกคนสามารถเรียนฟรีจนจบปริญญาตรี โท เอกได้ ก็เป็นปัจจัยที่ดึงดูดให้ต่างชาติมาลงทุนไม่น้อยไปกว่าการมีแรงงานราคาถูกและภาษีต่ำเช่นเดียวกัน ตัวอย่างจากประเทศรัฐสวัสดิการ อย่างในประเทศฟินแลนด์มีการเก็บภาษีรายได้บุคคลธรรมดา ภาษีนิติบุคคล สูงกว่าและได้มากกว่าประเทศไทย จะเห็นว่าประเทศไทยเก็บภาษีได้น้อยกว่า ในขณะเดียวกันประเทศไทยมีการลงทุนน้อยกว่าประเทศฟินแลนด์อย่างมาก อีกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือบริษัทจากอเมริกาประมาณ 50% จากทั้งหมด มีการลงทุนในกลุ่มประเทศนอร์ดิก เหตุผลที่ทำให้มีการลงทุนสูงในกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย คือ มีโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้คนมีรายได้สูง ความเหลื่อมล้ำต่ำ ทำให้ประชาชนมีศักยภาพในการบริโภคสูง และระบบการศึกษาฟรีทุกคนเข้าถึงการศึกษา ทำให้แรงงานมีศักยภาพสูง สะท้อนให้เห็นว่าต่อให้มีระดับภาษีที่สูงแต่ประชาชนมีศักยภาพสูงในการทำงาน และมีศักยภาพในการบริโภค ทำให้เกิดการลงทุนสูงมากในกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย

ประเทศยังไม่พร้อม

ในช่วงที่ประเทศรัฐสวัสดิการก้าวเข้าสู่การเป็นรัฐสวัสดิการ รายได้ประชาชาติต่อหัวหักอัตราเงินเฟ้อ ยากจนกว่าไทยมาก อีกมายาคติหนึ่งคือรัฐสวัสดิการจะทำให้เกิด corruption การที่รัฐต้องดูแลคนมาก คนต้องพึ่งพิงรัฐ วิจารณ์รัฐไม่ได้ หากย้อนกลับไปในปี 2540 ประเทศไทยมีการกระจายอำนาจตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ดัชนีการแข่งขันทางการเมืองสูงมากขึ้น เมื่อการแข่งขันทางการเมืองสูงมากขึ้นทำให้การตรวจสอบสูงมากขึ้น ดังนั้น การเกิดรัฐสวัสดิการที่ทำให้คนมีอำนาจต่อรองกับคนที่มีอำนาจในสังคม มันจะทำให้มีความเป็นประชาธิปไตยในชีวิตประจำวัน การที่คนไทยไม่ใส่ใจการเมือง ไม่ยอมมีส่วนร่วมทางการเมือง เหตุผลอย่างหนึ่งคือการทำมาหากิน ความเปราะบางในชีวิตของพวกเขาสูงมาก ทำงานกันสี่สิบห้าสิบชั่วโมงต่อสัปดาห์จะเอาเวลาไหนมามีส่วนร่วมทางการเมือง แต่ถ้ามีรัฐสวัสดิการ คนใช้เวลาในการทำงานน้อยลงจากเดิม ไม่ต้องกังวลเวลาพ่อแม่ป่วยหรือลูกที่ต้องเรียนหนังสือ และในทางการเมืองคนก็จะสามารถตรวจสอบอำนาจรัฐได้มากขึ้น อัตราการทุจริตก็จะน้อยลง

รัฐสวัสดิการจะทำให้รัฐเป็นใหญ่ ผูกขาด ทำให้คนไม่มีอำนาจเหนือรัฐ

การมองว่าการปล่อยให้รัฐควบคุมชีวิตคนจะนำไปสู่รัฐเผด็จการ ซึ่งจริงๆแล้วความเข้าใจนี้ไม่ได้ผิดชะทีเดียว แต่เราต้องควบคุมที่บทบาทของรัฐ ไม่ใช่ลดอำนาจรัฐแล้วย้ายไปให้กลุ่มทุนทั้งหมด เรื่องปัจจัยพื้นฐานอย่าง การศึกษา การรักษาพยาบาล ประกันสังคมเงินบำนาญ สิทธิแรงงาน นี่คือเรื่องที่รัฐต้องรับผิดชอบโดยอยู่บนพื้นฐานของชีวิตประชาชน รัฐสวัสดิการคือฐานคิดที่จะทำให้ประชาชนใกล้กับรัฐในระบอบประชาธิปไตยมากที่สุด มีอำนาจต่อรองกับรัฐมากที่สุด ทำให้ประชาชนเป็นเจ้าของรัฐ หากเรายินยอมกับการให้ปัจจัยพื้นฐานเป็นเรื่องของเอกชนทั้งหมด เมื่อสิทธิ์ของเราจะกลายเป็นสินค้า เราจะต่อรองกับเค้าผ่านอะไร? เค้าไม่มาจัดเลือกตั้งให้เรา ตัวอย่างชัดๆในประเทศไทย เช่น การออกนอกระบบของมหาวิทยาลัยรัฐ ค่าเทอมพุ่งพรวด แล้วเราทำอะไรได้ นอกจากไปกู้เงินเรียน หรือการที่โรงพยาบาลรัฐหาเงินมาสร้างบริการหรูหราให้เหมือนโรงพยาบาลเอกชน แล้วประชาชนที่ใช้สิทธิ์ประกันสุขภาพถ้วนหน้าได้อะไร? ดังนั้นประชาธิปไตยกับรัฐสวัสดิการเป็นเรื่องเดียวกัน หากมีประชาธิปไตยที่ปล่อยให้กลุ่มทุนผูกขาดหาประโยชน์ให้กันเองแล้วโยนเศษเนื้อให้ประชาชน นั่นยิ่งเป็นการออกห่างจากประชาธิปไตยไปเรื่อย ๆ

โครงสร้างประเทศเปลี่ยนได้ด้วยตัวเองไม่ผ่านระบบสภา

ประเด็นนี้เหมือนจะไม่เกี่ยวกับรัฐสวัสดิการโดยตรง แต่เป็นหนึ่งในความเชื่อที่น่ากลัวที่สุดในทำลายประชาธิปไตย ความเชื่อแบบนี้น่ากลัวเพราะเรากำลังตกเป็นเหยื่อของรัฐที่ต้องการควบคุมเบ็ดเสร็จ นั่นคือการทำให้ประชาชนคิดว่าตัวเองไม่มีส่วนได้จากรัฐ เราจะต้องคิดว่าทำอย่างไรให้ประชาชนเป็นเจ้าของรัฐ การผลักดันการเปลี่ยนแปลงให้ไปถึงรัฐ ไม่ใช่ตัดสมการ และแก้ไขในเชิงปัจเจก เพราะนั่นเป็นสิ่งที่รัฐผูกขาด “จนเพราะออมเงินไม่เป็น จนเพราะโง่ จนเพราะกินเหล้า มีลูกแล้วเลี้ยงไม่ได้เพราะไร้การศึกษา” นี่เป็นสิ่งที่รัฐพยายามให้เราเชื่อว่าต้นเหตุของปัญหาปากท้องมาจากตัวเองทั้งหมด และความคิดดังกล่าวยืนอยู่ตรงข้ามกับรัฐสวัสดิการ การจัดรัฐสวัสดิการในประเทศที่มีรัฐสวัสดิการคือการจัดผ่านการปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐกำหนดแนวทางว่าต้องมีแบบนี้ ท้องถิ่นก็ต้องแข่งกันเพื่อสร้างสวัสดิการที่ดีเพราะถ้าไม่ดีคนก็จะย้ายออกจากท้องถิ่น ท้องถิ่นก็จะมีการแข่งขันกันเพื่อสร้างสวัสดิการที่ดีมากขึ้น ที่ไหนจัดไม่ได้ รัฐส่วนกลางก็อุดหนุนให้เงินท้องถิ่นจัดการให้ดีมากขึ้นตามเงื่อนไขที่รัฐวางไว้

จากที่กล่าวมาทั้งหมดอาจจะไม่สามารถเข้าใจได้เลย ถ้าไม่ได้มองว่า “คนเราเท่ากัน” รัฐสวัสดิการถ้วนหน้าครบวงจร หมายถึงโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมที่มีสวัสดิการที่ครอบคลุมคนทุกคน ไม่ได้มาในรูปแบบบัตรคนจน ผ่านการพิสูจน์ความจนหรือสงเคราะห์ เพราะนั่นคือการลดทอนศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ การเลือกตั้งที่ผ่านมาได้เห็นพรรคการเมืองแข่งกันที่นโยบายสวัสดิการ และใกล้จะถึงการเลือกตั้งอีกครั้งที่จะเกิดต่อไป ไม่รู้ว่าแต่ละพรรคจะนำเสนอนโยบายสวัสดิการสังคมอะไรและมีความจริงจังมากน้อยแค่ไหน แต่มันคือสัญลักษณ์ของประชาชน ที่ต้องทวงคืนอำนาจกลับมาสู่ประชาชน

Similar Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published.